Moringa

มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์ สุดยอดยาปฏิชีวนะ ช่วยรักษาโรคได้กว่า 300 ชนิด

มะรูมมะรุม ได้รับการยกย่องว่าเป็น ต้นไม้มหัศจรรย์ เพราะมันเป็นแหล่งรวมของไขมัน โปรตีน แคโรทีนอยด์ วิตามินซี เหล็กโพแทสเซียม และสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย ดอก ราก ใบและเปลือกของมันนำมาใช้เป็นอาหารเสริมและใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เช่น น้ำมันบำรุงผิว และ น้ำหอม

มะรุม มีประสิทธิภาพมากและมีคุณสมบัติเป็นยาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

สารผสมที่พบในมะรุมได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีประโยชน์มากมาย เช่น ใช้ในการต่อสู้กับโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และต้านเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระ และหยุดยั่งเนื้องอก

ลองมาดูรายละเอียดต่างๆ ว่ามะรุมมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายแค่ไหน

1. มะรุม อุดมไปด้วยไฟเบอร์ มันช่วยทำความสะอาดลำไส้ของคุณและกำจัดของเสียส่วนเกินหลังจากรับประทานอาหารที่มีไขมัน

2. มันเป็นยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหาร และโรคมะเร็ง

3. เมล็ดของมันช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังนิยมนำมาสังเคราะห์ใช้กันอยู่ทุกวันนี้

4. ใบมะรุม อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโนที่จำเป็น และส่วนผสมอื่น ๆ อีกมากมาย ในใบมะรุมแห้ง 100 กรัมมี

– โปรตีนมากกว่าในโยเกิร์ตถึง 9 เท่า
– มีวิตามินมากขึ้นกว่าในแครอทถึง 10 เท่า
– มีโพแทสเซียมมากกว่ากล้วยถึง 15 เท่า
– มีแคลเซียมมากกว่านมถึง 17 เท่า
– มีวิตามินซีมากกว่าในส้มถึง 12 เท่า
– มีเหล็กมากกว่าในผักขมถึง 25 เท่า

5. กรดคลอโรจีนิก ในใบมะรุมช่วยชะลอกระบวนการดูดซึมของน้ำตาลในเซลล์

6. มะรุมช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรากฏตัวของสารประกอบที่เรียกว่า ไนอาซิไมซิน (niazimicin)

7. ช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ รวมถึงการกระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์

มะรูม

ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเลขาธิการสมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย บอกว่า จากรายงานการวิจัยพบว่า น้ำมันที่อยู่ในเมล็ดมะรุมสามารถรักษาโรคข้างเคียงเกี่ยวกับผิวหนัง นอกจากนี้ในส่วนต่าง ๆ ของมะรุมยังสามารถรักษาโรคไขข้ออักเสบหรือรูมาตอยด์ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ถือเป็นยาสมุนไพรที่ใช้แพร่หลายนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้กระแสความนิยมในการบริโภคมะรุมเพิ่มมากขึ้น และมีการบริโภคในปริมาณมากในรูปของผงมะรุมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับปริมาณมากเกินไป

ฉะนั้นการบริโภคฝักมะรุมในปริมาณมากก็ไม่ได้มีผลดีเสมอไป โดยเฉพาะในรูปของการนำมาทำเป็นผงแห้งแล้วใส่แคปซูล หรือ ในรูปสารสกัดมะรุมที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งผลในด้านการรักษาหรือป้องกันโรคจะต่างกัน เนื่องจากการนำมาสกัดจะมีสารสำคัญเพียงบางชนิดและอยู่ในรูปของสารเคมีที่มีความเข้มข้น เมื่อกินอย่างต่อเนื่องในปริมาณสูง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นพิษในร่างกาย อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากการศึกษาในคน ส่วนใหญ่มีเพียงข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในระดับหลอดทดลองและในระดับเซลล์เท่านั้น

ขอปิดท้ายด้วยสรรพคุณอีกข้อที่น่าสนใจของมะรุม คือ ชะลอความแก่ แม้จะไม่มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เนื่องจากมะรุมมีสารฟลาโวนอยด์สำคัญคือ รูทินและเควอเซทิน (rutin  และ quercetin) สารลูทีนและกรดแคฟฟีโอลิลควินิก (lutein และcaffeoylquinic acids) ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ ดูแลอวัยวะต่าง ๆ ได้แก่ จอประสาทตา ตับ และหลอดเลือดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ การกินสารต้านอนุมูลอิสระนั่นหมายถึงว่า จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้


อ้างอิง : dailynaturallife, แปลข้อมูลโดย : รักสุขภาพ, และ นิตยาสาร หมอชาวบ้าน

Advertisements